Legal

นโยบายการทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์(e-Contract) และการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์(e-Signature)

e-Contract Policy — มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568

สำคัญ: สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ของ GoldPhone Easy มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าสัญญากระดาษ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544

01

นโยบายการทำสัญญา

นโยบายการทำสัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Contract) และการลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงและยอมรับให้ดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และคู่สัญญาตกลงยินยอมให้ข้อมูลการลงนาม หรือเลขที่ไอพีแอดเดรส (IP Address) และเวลาที่ทำการลงนาม และรหัสยืนยันตัวตน (ถ้ามี) ถือเป็นหลักฐานแสดงเจตนาและลายมือชื่อที่ถูกต้องสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาทุกประการ

02

การใช้งาน e-Signature หรือ “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์”

ที่กำหนดไว้ในกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อันหมายถึงการสร้างชุดข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ ตัวเลข อักษร เสียง หรือสัญลักษณ์อื่นใด เพื่อให้แสดงความสัมพันธ์กับบุคคลผู้เป็นเจ้าของชุดข้อมูลดังกล่าว โดย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ แบ่งออกเป็นรูปแบบได้ ดังนี้

  1. ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป (ตามมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ) ให้ถือว่าลงลายมือชื่อแล้ว ต้องสามารถระบุเจ้าของลายมือชื่อได้ มีลักษณะที่แสดงเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อ และการใช้วิธีการที่เชื่อถือ
  2. ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์การให้บริการกันในกลุ่ม (ตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ) ให้ถือว่าเป็นลายมือชื่อที่เชื่อถือได้ ตัวอย่างหนึ่งของลายมือชื่อประเภทนี้ คือ ลายมือชื่อดิจิทัลที่ให้บริการกันในกลุ่ม โดยเข้ารหัสลับ (Encrypt) ที่สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของลายมือชื่อและข้อความอิเล็กทรอนิกส์ได้ขณะลงนามเจ้าของข้อมูลเป็นผู้ควบคุมการลงนามของตัวเอง โดยไม่โดนคนอื่นมาสวมรอยหรือบังคับให้ทำ
  3. ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง (ตามมาตรา 26ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ) คล้ายรูปแบบที่ 2) แต่เพิ่มเติมโดยมีใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง เพื่อสนับสนุนลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น จึงสามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงได้โดยผู้ให้บริการที่เป็นตัวกลาง ตัวอย่างของลายมือชื่อประเภทนี้ คือ ลายมือชื่อดิจิทัลที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการออกใบรับรองนั่นเองในตอนนี้สามารถทำได้โดยการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นชื่อบนแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน การพิมพ์ชื่อตอนท้ายของอีเมล การกดปุ่มยอมรับข้อตกลงหรือเงื่อนไขต่าง ๆ การใช้ Username-Password หรืออื่น ๆ ได้ทั้งหมด เพราะกฎหมายไม่ได้จำกัดกรอบหรือประเภทเทคโนโลยีไว้ แต่ได้ให้คุณสมบัติในการพิจารณาเอาไว้ ถ้าครบองค์ประกอบทั้ง 3 ข้อก็ถือเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ และอยู่ภายใต้มาตรา 9 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ทั้งนี้หากผู้ที่ทำธุรกรรมหรือสัญญา จะต้องพึ่งระวังเสมอก่อนลงนามในสัญญา หรือการกดปุ่มยอมรับข้อตกลงหรือเงื่อนไขต่าง ๆ
03

สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Contract) กับความผูกพันทางกฎหมาย

สัญญา (Contract) เดิมอาจคุ้นชินและนึกถึงรูปแบบการทำสัญญากันบนกระดาษ โดยใช้วิธีการเขียนด้วยลายมือชื่อ หรือใช้เครื่องพิมพ์ดีด หรือพิมพ์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และต้องพรินต์ออกมาเป็นกระดาษและส่งให้แก่คู่สัญญาลงนาม ด้วยการลงลายมือชื่อ หรือในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถลงนามด้วยการเขียนลงลายมือชื่อจริงได้ ก็สามารถใช้วิธีลงลายพิมพ์นิ้วมือนิ้วใดแทนการลงลายมือชื่อได้ โดยจำเป็นต้องมีพยานบุคคลอย่างน้อยสองคน ซึ่งได้รู้เห็นการทำสัญญาและลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วย จึงเสมือนกับการลงลายมือชื่อ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การทำสัญญาจึงเป็นเรื่องที่กฎหมายให้ความสำคัญ และด้วยการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศทำให้มีรูปแบบการทำสัญญาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันเกิดขึ้นมาใหม่ นั่นก็คือสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Contract) ซึ่งมีประเด็นต่างๆดังต่อไปนี้

1
สัญญาอิเล็กทรอนิกส์

หมายถึงสัญญาที่ถูกทำขึ้นด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบใดก็ได้ มีการบันทึก มีการจัดเก็บรักษาไว้อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ สามารถนำกลับมาใช้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ สามารถค้นหาง่าย ไม่สูญหาย เมื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยเจรจากัน ทำความตกลงกัน กำหนดข้อตกลงหรือเงื่อนไขใส่ไว้เป็นรายละเอียดต่าง ๆ ในรูปแบบอาจเป็นข้อความ ภาพ เสียง หรือเป็นภาพเคลื่อนไหว หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น ไลน์ (Line) เฟสบุ๊ค (Facebook) แมสเซนเจอร์ (Messenger) หรือรูปแบบอื่นใดก็ตามทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อทำเสร็จก็ได้มีการบันทึกไว้ จัดเก็บและเก็บรักษาไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไฟล์ PDF เอกสารดังกล่าวสามารถนำไปใช้สำหรับการจัดทำสัญญาในชีวิตประจำวันได้ เช่น ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้ เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ยืม กู้ยืมเงิน จ้างทำของ การประนีประนอมยอมความกัน เป็นต้น

2
การลงนามสัญญาอิเล็กทรอนิกส์

การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) คู่สัญญาสามารถลงนามสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันกฎหมายได้รับรองและคุ้มครองความชอบด้วยกฎหมายไว้ ได้แก่ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม คำว่า “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง อักษร อักขระ ตัวเลข เสียง หรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำมาใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคล ผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น และเพื่อแสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ดังนั้น การลงนามในสัญญาอิเล็กทรอนิกส์จึงมีผลผูกพันทางกฎหมาย

3
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดไว้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

ประเภทที่ 1 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป (General e-Signature) มีระดับความน่าเชื่อถือพอประมาณ ตามมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ

ประเภทที่ 2 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือที่เรียกกันว่า “ลายมือชื่อดิจิทัล” (Digital Signature) มีระดับความน่าเชื่อถือมาก มากกว่าประเภทที่ 1 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป มักให้บริการกันเฉพาะภายในกลุ่ม มีความรัดกุม เช่น มีการเข้าถึงด้วยรหัส หรือมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงได้ จึงเหมาะสำหรับเอกสารประเภทที่กฎหมายต้องการความรัดกุมและมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้น ตามมาตรา 26 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ

ประเภทที่ 3 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีผู้ให้บริการออกใบรับรอง (Certification Authority : CA) มีระดับความน่าเชื่อถือมากที่สุด ต้องมีการเข้ารหัสลับ (Encrypt) และมีผู้ให้บริการเป็นคนกลาง ออกใบรับรอง เช่น NATIONAL ROOT CERTIFICATION AUTHORITY OF THAILAND หรือ NRCA ตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับนิติบุคคลอย่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หากต้องลงนามสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกันกับบุคคลธรรมดา แต่ความผูกพันต้องดูตามหนังสือรับรองของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ตามที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ นอกจากกรรมการบริษัทหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แล้ว หากมีประทับตราสำคัญของบริษัท ก็ประทับได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และมีผลผูกพันทางกฎหมายเช่นกัน

4
ตรวจสอบและยืนยัน

อ่านสัญญาอย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนลงนาม

5
ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

กดยืนยันผ่านระบบ OTP หรือ Biometric เพื่อลงนามสัญญา

6
รับสำเนาสัญญา

รับสำเนาสัญญาที่ลงนามแล้วทาง LINE และอีเมล เก็บไว้เป็นหลักฐาน

04

การเก็บรักษาสัญญาอิเล็กทรอนิกส์

สัญญาอิเล็กทรอนิกส์จะถูกเก็บรักษาไว้อยู่ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น PDF หรือจัดเก็บรักษาไว้ในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งมีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อเกิดการเสียหาย หรือการสูญหายของข้อมูล และสามารถเรียกดูข้อความย้อนหลังได้เสมอ

05

ข้อดีหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์

  1. ช่วยลดระยะเวลาการทำสัญญาบนกระดาษ ช่วยลดเวลาการเดินทางไปมาเพื่อพบปะเจรจาทำสัญญากัน
  2. ช่วยลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ค่ากระดาษ ค่าเดินทาง
  3. ช่วยลดขั้นตอนการทำสัญญา เกิดความสะดวกคล่องตัว ในการทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์สามารถตรวจสอบสถานะของสัญญาได้ หรือสามารถเรียกดูภายหลังของสัญญา หรือจะใส่เอกสารหลายร้อยแผ่นเพื่อเป็นเอกสารอ้างอิง เอกสารแนบท้ายสัญญาได้ในรูปแบบเป็นไฟล์ สามารถส่งให้ดูก่อนได้ แก้ไขได้ หารือกันผ่านทางระบบจอภาพหรือระบบออนไลน์
  4. ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล มีการเข้ารหัสและการติดตามที่ได้รับการปรับปรุง การแก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง โดยสามารถตรวจสอบได้ หมดปัญหาเรื่องของการปลอมแปลงสัญญา เอกสาร การทำสัญญาสูญหาย ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดได้ง่ายจากบุคคล (Human Error) ในระหว่างทำสัญญา
  5. ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน มีความเชื่อมต่อระบบข้อมูลและจัดเก็บเป็นระบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไว้บน Cloud Storage สามารถที่จะจัดส่งสัญญา และทำสัญญาได้แบบอัตโนมัติ รวมถึงสามารถลงนามหรือลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ได้อีกด้วย
06

สัญญาอิเล็กทรอนิกส์มีความผูกพันทางกฎหมาย อย่างไร

สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการรับรองตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และยังได้รับการรับรองคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษเฉพาะทาง ได้แก่ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีหัวข้ออันเป็นสาระสำคัญ ดังนี้

  1. ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดเพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 7 พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ)
  2. กรณีที่กฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือมีเอกสารมาแสดง หรือกำหนดผลทางกฎหมาย กรณีไม่ทำเป็นหนังสือ ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือไม่มีเอกสาร มาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือ มีเอกสารมาแสดงตามที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 8 พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ)
  3. กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการปิดอากรแสตมป์ หากได้มีการชำระเงินแทนหรือดำเนินการอื่นใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งเกี่ยวข้องประกาศกำหนด ให้ถือว่าหนังสือ หลักฐานเป็นหนังสือ หรือเอกสาร ซึ่งมีลักษณะเป็นตราสารนั้นได้มีการปิดอากรแสตมป์และขีดฆ่าตามกฎหมายนั้นแล้ว (มาตรา 8 พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ)
  4. การเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ถือว่าเป็นการเก็บรักษาต้นฉบับแล้ว (มาตรา 10 พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ)
  5. ห้ามมิให้ปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมายทั้งในคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีอื่นใด เพียงเพราะเหตุว่าเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 11 พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ) ในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จะเชื่อถือได้หรือไม่เพียงใดนั้นให้พิเคราะห์ถึงความน่าเชื่อถือของลักษณะหรือวิธีการที่ใช้สร้าง เก็บรักษา หรือสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะหรือวิธีการเก็บรักษา ความครบถ้วน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อความลักษณะ หรือวิธีการที่ใช้ในการระบุหรือแสดงตัวผู้ส่งข้อมูล รวมทั้งพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งปวง และใช้บังคับกับสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
  6. คำเสนอหรือคำสนองในการทำสัญญาอาจทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และห้ามมิให้ปฏิเสธการมีผลทางกฎหมายของสัญญา เพียงเพราะเหตุที่สัญญานั้นได้ทำคำเสนอหรือคำสนองเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 13 พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ)

ดังนั้น สัญญาอิเล็กทรอนิกส์มีผลผูกพันทางกฎหมายสามารถใช้บังคับกันได้โดยเป็นพยานหลักฐานสำคัญแห่งการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย และศาลได้ยอมรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาและพิพากษาคดีได้